Leadership

Digital

Business Improvement Solutions

Others

07.09.2021

【ICHI LIVE】เทคโนโลยีและนวัตกรรมช่วยเพิ่มคุณภาพผลงานของ Content Creator

【ICHI LIVE】เทคโนโลยีและนวัตกรรมช่วยเพิ่มคุณภาพผลงานของ Content Creator

งาน ICHI LIVE ถูกจัดขึ้นในธีม “Digital, Innovation and Leadership”
ได้รับเกียรติจากผู้บริหารและผู้นำเทรนด์ที่มีชื่อเสียงหลายท่าน มาร่วมถ่ายทอดมุมมองและประสบการณ์เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่โลกยุคดิจิทัล
ใน Session 2 “Digital x Trend” ของงาน ICHI LIVE เราได้รับเกียรติจาก Content Creator ชื่อดังสองท่าน ได้แก่ คุณแป้ง Kirarista และบีมเซ็นเซ ซึ่งได้มาแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมผลิตผลงานให้ได้ประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

คุณแป้ง kirarista  Beauty Creator ซึ่งทำคอนเทนต์ด้านความงาม gadget และการท่องเที่ยวเป็นหลัก โดยทำต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า 10 ปีแล้ว ในแต่ละวันจะทำงานเฉลี่ย 5-6 ชั่วโมง หรือ 8-10 ชั่วโมงขึ้นอยู่ปริมาณของงาน

เทคโนโลยี และเครื่องมือ สำหรับใช้ในชีวิตประจำวัน และการทำงานมีอยู่ด้วยกันหลายอย่าง โดยอุปกรณ์ที่ใช้บ่อยที่สุดคือ โทรศัพท์มือถือ ซึ่งคุณแป้งจะคอยอัปเดตให้ทันเทรนด์อยู่เสมอ เพราะปกติไม่พกกล้องติดตัวไปด้วยทุกครั้งที่ออกบ้าน ดังนั้นโทรศัพท์มือถือจึงควรมีคุณภาพมากพอเพื่อการใช้งานหลากหลายด้าน คุณแป้งมองว่าโทรศัพท์มือถือ ไม่ได้มีไว้ใช้งานเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่ช่วยบ่งบอกตัวตนของผู้ใช้อีกด้วย
ต่อมาคือกล้องถ่ายภาพ ซึ่งคุณแป้งมองว่าไม่ได้ใช้งานเพียงแค่ถ่ายภาพหรือวิดีโอเท่านั้น แต่ยังต้องมีฟังก์ชันต่าง ๆ ที่ตอบโจทย์ด้าน SNS เช่น กล้องที่สามารถถ่ายภาพแนวตั้งได้โดยไม่ต้องไปกลับภาพภายหลัง และยังต้องมี Integration กับโลกออนไลน์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นจุดสำคัญที่ใช้ในการดึงดูดลูกค้า ปัจจุบันแม้ผู้คนโหยหาอดีต แต่ก็ต้องการความทันสมัยในเชิงดิจิทัล ทำให้มีเกิดโทรศัพท์มือถือรูปแบบฝาพับที่มีลูกเล่นและฟังก์ชันน่าสนใจมากมาย กล่าวได้ว่านอกเหนือจากฟังก์ชันการใช้งานแล้ว รูปลักษณ์ของอุปกรณ์ก็เป็นจุดสำคัญในการเลือกซื้อเช่นเดียวกัน
ลำดับต่อมา คือ ไฟ ตอนนี้ไม่ว่าใครก็สามารถสร้างคอนเทนต์ได้ทำให้มีผู้คนสนใจเรื่อง Lighting กันมากขึ้น แต่การใช้งานแค่เพียงให้ความสว่างกลับไม่ใช่การตอบโจทย์ที่ดีพอ เราควรใช้ไฟที่สามารถปรับสี และความนุ่มนวลของแสงได้ด้วยเช่นเดียวกัน อุปกรณ์ที่ใช้บ่อยลำดับสุดท้าย คือ เครื่องวัดสภาพผิว รวมถึงเครื่องม้วนผม ซึ่งใช้กับงานด้านความงามเป็นประจำ

กล่าวได้ว่าอุปกรณ์และเทคโนโลยีเหล่านี้สามารถสร้างอาชีพได้ และรู้สึกว่าเทคโนโลยีช่วยย่อโลก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็สามารถเชื่อมต่อกันได้ รวมถึงทำให้สิ่งที่เป็นนามธรรมเป็นรูปธรรมได้มากขึ้น เช่น ด้านความงาม หากไม่มีเทคโนโลยีการรีวิวสินค้าก็อาจถูกจำกัดอยู่แค่การพูดถึงความรู้สึกที่ได้ใช้เพียงเท่านั้น ไม่สามารถทำให้มองเห็นเป็นรูปธรรมได้ แต่ในปัจจุบันมีเครื่องวัดความชุ่มชื้นผิว ทำให้สามารถมองเห็น และเปรียบเทียบสภาพผิวหน้าก่อนและหลังใช้ได้อย่างชัดเจนจากตัวเลขที่ปรากฎบนเครื่อง ซึ่งต้องบอกว่าหากต้องการทำงานเหล่านี้เป็นอาชีพ อุปกรณ์ เทคโนโลยีและนวัตกรรมต่าง ๆ คือ สิ่งที่ควรลงทุนเป็นอย่างแรก เพราะสิ่งเหล่านี้จะช่วยประหยัดเวลาของ Content Creator ได้ดี และนั่นคือสิ่งสำคัญมาก การเลือกซื้ออุปกรณ์เพื่อลงทุนในการทำงานนั้นควรต่อยอดได้อีกในอนาคต ตอนนี้อุปกรณ์หรือเทคโนโลยีที่อยากได้คือ Beauty AR เป็น AI ที่ช่วยในการตัดสินใจ เนื่องจากตอนนี้เป็นช่วงโควิด ทำให้เวลาจะซื้อสินค้าทางด้านความงามนั้นค่อนข้างยาก เพราะเป็นสินค้าที่ผู้ใช้มักต้องทดลองก่อน ซึ่งในประเทศญี่ปุ่น และอเมริกาใช้ Beauty AR ช่วยในการตัดสินใจของลูกค้า ทำให้มียอดขายสูงมากทีเดียว เช่น ลิปสติก อายแชร์โดว หรือสีผม โดยทำเป็นแอพพลิเคชันใช้ในสมาร์ทโฟน ซึ่งเครื่องสำอางต่าง ๆ ที่จะมาทดลองบนหน้านั้นจะอิงตามสีผิวที่แท้จริงของผู้ใช้ ซึ่งนี่เป็นเทคโนโลยีที่ดีมาก ๆ แต่ว่าเมืองไทยยังไม่มี ในส่วนของสกินแคร์ก็มีข่าวว่าสกินแคร์ยักษ์ใหญ่แห่งหนึ่งของฝรั่งเศสได้ทำการ Integrated smart mirror ที่สามารถบอกว่าเรามีสิวตรงจุดไหน เป็นสิวประเภทอะไร เหมาะกับสินค้าชนิดไหน โดยเฉพาะในช่วงโควิดที่เราเองก็ไม่กล้าลองสินค้า เพราะกังวลเรื่องความปลอดภัย และความสะอาด

ในส่วนของเทคโนโลยีของประเทศญี่ปุ่นที่ประทับใจ คือ Home Gadget ที่มี AI เพราะรู้สึกว่าสินค้าญี่ปุ่นมักดีกว่าของเจ้าอื่น ๆ โดยล่าสุดที่เห็นแล้วรู้สึกว่าน่าสนใจ คือ ตู้เย็นกับไมโครเวฟ เพราะช่วงนี้ถูกจำกัดการออกไปซื้อของ ทำให้ต้องยืดระยะเวลาอาหารให้ได้ยาวนานขึ้น ซึ่งตู้เย็นของมิตซูบิชิใช้เทคโนโลยี AI ช่วยควบคุมคุณภาพของสินค้าให้เก็บได้นานขึ้นแยกตามแต่ละประเภท ส่วนไมโครเวฟแบบใหม่ เมื่อใส่อาหารเข้าไป AI จะตรวจจับ และคำนวณว่าอะไรต้องใช้อุณหภูมิเท่าไรให้เลยโดยอัตโนมัติ

จะเห็นได้ว่าโลกกำลังเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ความเป็นดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ในฐานะคนทำสื่อก็ต้องปรับตัว และตามเทรนด์ให้ทัน แน่นอนว่าเราไม่สามารถตามได้ทันทุกเทรนด์ แต่เมื่อมีเทรนด์ใหม่เกิดขึ้น เราควรพิจารณาดูว่าเทรนด์นั้นเข้ากับไลฟ์สไตล์หรือเนื้องานของเราหรือไม่ มีความยั่งยืนและแนวโน้มการต่อยอดต่อไปในอนาคตได้ไหม อย่างไร คุณแป้งมองว่าเทคโนโลยีเป็นสิ่งที่ต้องลงทุน และควรมองถึงความคุ้มค่าในอนาคตด้วยเช่นกัน ทั้งเรื่องระยะในการถอนทุน รวมถึงการเพิ่มยอดขายสินค้าด้วยเช่นกัน

บีม หรือบีมเซ็นเซ  คือ Content Creator ในหลากหลายช่องทาง ทั้ง Youtube Facebook TikTok Twitter และ Instagram ซึ่งแต่ละช่องทางก็จะลง content ที่แตกต่างกันไป โดย content มักจะเกี่ยวข้องกับภาษาและวัฒนธรรมของทั้งญี่ปุ่นและไทย บีมเซ็นเซ ทำงานเฉลี่ยประมาณ 10 ชั่วโมงต่อวัน โดยเธอเล่าว่ามักจะลุกออกจากห้องทำงานแค่เพียงตอนกินข้าวและอาบน้ำเท่านั้น

เทคโนโลยี และเครื่องมือที่ใช้ในการทำงาน รวมถึงใช้ในชีวิตประจำวัน จะเป็นการซื้อใช้เฉพาะอย่าง ไม่ค่อยเปลี่ยนอุปกรณ์ในการทำงานบ่อยนัก บีมเซ็นเซมักเลือกใช้อุปกรณ์ที่ตรงกับการใช้งานเป็นหลัก โดยอุปกรณ์ที่ใช้ประจำ ได้แก่ คอมพิวเตอร์ แท็บเล็ต โทรศัพท์มือถือ ไมค์ไวร์เลส และกล้อง ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 แบบ ดังนี้
1. กล้องที่ใช้สำหรับถ่ายจะมีตัวใหญ่และตัวเล็กแบ่งใช้ตามความเหมาะสม
2. เว็บแคม จะใช้ในกรณีไลฟ์หรือสอน โดยจะเลือกซื้อตัวที่ชัดที่สุดในตอนนั้น
3. GoPro จะใช้ในการถ่ายทำที่ต้องการภาพมุมกว้าง หรือมีการลงน้ำ

ในส่วนของการตัดต่อ บีมเซ็นเซเลือกใช้โปรแกรมตัดต่อแบบจ่ายค่าบริการรายเดือน ลงทุนกับไมค์ระดับคุณภาพ เพื่อใช้ในงานพากย์งานลงเสียง ซึ่งอุปกรณ์ต่าง ๆ เหล่านี้สามารถทำให้งานอดิเรกกลายเป็นอาชีพได้ และยังช่วยให้ทำผลงานได้ในระยะเวลาอันสั้น ผลิตงานออกสู่โลกออนไลน์ได้จำนวนมากขึ้น รวมถึงการถ่ายรายการในเวลาเดียวกันแต่อยู่กันคนละประเทศ ซึ่งทั้งหมดนี้เกิดขึ้นจากการพัฒนาของเทคโนโลยี และแน่นอนว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่จะลงทุน เช่น การซื้อไมค์ใหม่ ทำให้ได้มีโอกาสในการทำงานพากย์ ลงเสียง หรือร้องเพลง ทั้งยังสามารถนำมาใช้ในคลิปวิดีโอของตัวเองได้ด้วย ซึ่งเหล่านี้ก็เป็นตัวช่วยในการดึงคนดูให้มีจำนวนมากขึ้นเช่นกัน

อุปกรณ์หรือเทคโนโลยีที่อยากได้ในตอนนี้ คือ สมาร์ทโฟนฝาพับ เพราะมีดีไซน์ที่น่ารัก และสามารถกลับกล้องหลังให้มาอยู่ด้านหน้าได้ จึงคิดว่าความละเอียดของภาพน่าจะดีกว่าการถ่ายปกติจากกล้องหน้า รวมถึงมีขนาดเล็กพกพาง่าย คิดว่าน่าจะตอบโจทย์ใครหลายคน โดยเฉพาะสาว ๆ รวมถึงอยากให้อยากให้มีโปรแกรมในการแปลภาษาที่ดีขึ้น แม้ว่าตอนนี้จะมีโปรแกรมเหล่านี้อยู่แล้ว แต่ก็ยังไม่มีความแม่นยำมากนัก หากในอนาคตสามารถพัฒนาให้ดีกว่านี้ได้ก็จะช่วยย่อโลกให้เล็กลง ทำให้เราไปเที่ยวได้สนุกมากขึ้น หรือดูรายการต่างประเทศได้สนุกขึ้น

เทคโนโลยีญี่ปุ่นที่ประทับใจ คือ เครื่องจ่ายเงินอัตโนมัติที่สามารถใส่ของทั้งหมดลงไป แล้วเครื่องก็จะตรวจจับ เพื่อแสดงรายการของในนั้นได้ทันที รู้สึกทึ่งมาก เพราะเราวางเสื้อแบบทับซ้อนกันไว้ แต่เครื่องก็ยังสามารถตรวจจับ และแสดงรายละเอียดของสินค้าให้เราเห็นได้ในเวลาอันรวดเร็ว ช่วยลดเวลา และจำนวนบุคลากรที่ต้องทำงานนี้

โลกใบนี้กำลังเปลี่ยนแปลงเข้าสู่ยุคดิจิทัลอย่างรวดเร็ว ในฐานะคนทำสื่อจะต้องคอยติดตามเทรนด์ อัปเดทสินค้า และศึกษาว่าเทคโนโลยีใหม่ ๆ ที่เกิดขึ้นสามารถนำมาใช้กับคอนเทนต์หรืองานของเราแล้วจะช่วยให้งานนั้นดีขึ้นหรือไม่ ซึ่งการที่คอยศึกษาข้อมูลต่าง ๆ อยู่เสมอจะทำให้งานของเราก็มีการพัฒนา และส่งผลไปยังยอดผู้ติดตามเช่นเดียวกัน

ผู้สนใจรับชม session นี้ย้อนหลัง สามารถเข้าไปชมได้ที่ Community Zone ในงาน ICHI

RECOMMEND

JRIT ICHI -Cyber Market Station

E-mail:jrit@bigbeat-bkk.co.th