COVID-19

Startups

Innovation

Digital

Others

05.05.2022

【ICHI TALK】 “RICULT” ธุรกิจเพื่อสังคม ตอบโจทย์เกษตรกรไทยทั่วประเทศ

รายการ “ICHI TALK” เชิญชวนผู้ประกอบการสตาร์ตอัพในไทยที่มีความคิดสร้างสรรค์ มาร่วมพูดคุยเกี่ยวกับความหลงใหลในธุรกิจ และร่วมแชร์ประสบการณ์ รวมถึงข้อคิดดี ๆ ที่ไม่ว่าใครก็ไม่ควรพลาด

ผู้ดำเนินรายการ: วันนี้เราจะพามารู้จักธุรกิจสตาร์ตอัพที่เป็น Social enterprise กิจการซึ่งมีจุดมุ่งหมายหลักในการแก้ปัญหาสังคม และสิ่งแวดล้อม โดยใช้กลไกในการบริหารจัดการธุรกิจมาผนวกกับองค์ความรู้และนวัตกรรมสังคม ซึ่งธุรกิจที่กล่าวถึงมีชื่อว่า Ricult แพลตฟอร์มที่มีเป้าหมายในการช่วยเหลือและสนับสนุนกลุ่มเกษตรกรไทยโดยเฉพาะ ขอเชิญพบกับ คุณเอิร์น อุกฤษ อุณหเลขกะ CEO และ CO-FOUNDER บริษัท Ricult ค่ะ ก่อนอื่นอยากให้คุณเอิร์นช่วยเล่าให้ฟังก่อนว่า Ricult คืออะไรคะ

คุณเอิร์น: Ricult เป็นสตาร์ตอัพด้านการเกษตร โดยการนำ AI และดิจิทัลเทคโนโลยีเข้ามาช่วยเกษตรกรในบ้านเราให้มีผลผลิตและรายได้ที่ดีขึ้น ส่วนอีกด้านหนึ่งก็ได้นำ Big Data ไปช่วยกลุ่มโรงงานแปรรูป และร้านอาหารที่รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกร เพื่อให้สามารถรับซื้อผลผลิตได้ยั่งยืนมากขึ้น

ผู้ดำเนินรายการ: ก่อนที่มาทำสตาร์ตอัพเกี่ยวกับการเกษตรคุณเอิร์นทำอะไรมาก่อนคะ

คุณเอิร์น: ผมจบปริญญาตรีที่อเมริกา และทำงานต่อที่นั่นเกือบ 10 ปี โดยไปทำงานเป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ที่ซิลิคอนวัลเลย์ หลังจากนั้นย้ายไปเป็นที่ปรึกษาธุรกิจให้บริษัท consulting ที่บอสตัน

ผู้ดำเนินรายการ: แล้วทำไมถึงได้วางมือจากงานเหล่านั้นมาคะ

คุณเอิร์น: อาจจะเป็นเพราะว่าผมมีเป้าหมายเอาไว้ตั้งแต่เด็กแล้ว เช่น ต้องเข้ามหาวิทยาลัยขั้นนำของโลก ผมก็เข้าเรียนที่ MIT ได้เป็นวิศวกรซอฟต์แวร์ในซิลิคอนวัลเลย์ซึ่งเป็นความฝันของเด็กวิศวะส่วนมาก ได้เป็นที่ปรึกษาธุรกิจให้บริษัทในตลาดหลักทรัพย์อเมริกา แต่ในตอนนั้นผมต้องเดินทางไปทำงานตามสถานที่ต่าง ๆ ทุกสัปดาห์ เลยกลับมาทบทวนกับตัวเองว่า นี่คือสิ่งที่เราอยากทำไปตลอดชีวิตหรือเปล่า? แล้วเราอยากจะทำอะไรกันแน่? แต่สิ่งที่อยากทำโดยส่วนตัวคือ ปัญหาสังคม และนวัตกรรมเทคโนโลยี จึงคิดว่าหากทำธุรกิจที่นำนวัตกรรมกับการแก้ปัญหาสังคมมารวมกันก็น่าจะเป็นสิ่งที่เราสามารถสนุก และรู้สึกมีความสุขในการทำงานทุกวันได้

ผู้ดำเนินรายการ: ตอนนั้นมีแรงบันดาลใจอะไรในการทำธุรกิจ Ricult โดยเฉพาะการมีกลุ่มเป้าหมายเป็นเกษตรกรชาวไทย

คุณเอิร์น: จุดมุ่งหมายคือเราอยากจะทำธุรกิจเพื่อสังคมที่สามารถสร้างอิมแพคให้สังคมได้ เลยคิดว่าหากจะทำธุรกิจ ขนาดของตลาดต้องใหญ่พอ มูลค่าทางเศรษฐกิจต้องใหญ่ ซึ่งหากเราแก้ปัญหานั้นได้ เราจะสามารถมีรายได้ที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตขึ้นไปอีกได้ จึงได้ย้อนกลับมาดูว่าในประเทศไทยมีปัญหาอะไรบ้างที่ควรค่าแก่การแก้ โดยผมพบ 3 ข้อ คือ เกษตร การศึกษา สาธารณสุข หลังจากกลับมาศึกษาทบทวนก็เลยเลือกการเกษตร เพราะส่วนตัวที่บ้านก็มีสวนทุเรียน ซึ่งผมมีโอกาสคลุกคลีมาตั้งแต่เด็ก อีกข้อคือ ผมเป็นคนชอบกิจกรรมการแจ้งมาก เช่น ปีนเขา เดินป่า เลยรู้สึกว่าถ้าเราสามารถนำเทคโนโลยีมาช่วยแก้ปัญหาสังคมที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมได้ ก็น่าจะเป็นสิ่งที่เราชอบมาก จึงตัดสินใจมาเริ่มก่อตั้ง Ricult

ผู้ดำเนินรายการ: ขั้นตอนแรกในการก้าวเข้าสู่ธุรกิจสตาร์ตอัพเป็นอย่างไรบ้างคะ

คุณเอิร์น: ก่อนที่จะทำธุรกิจเราต้องเข้าใจปัญหาของกลุ่มลูกค้าหรือตลาดที่เราจะเข้าไปแก้ปัญหา เห็นได้จากแอปพลิเคชันเดลิเวอรี่ต่าง ๆ ที่ใช้กันในปัจจุบันว่าหาก solution นั้นดีพอต่อการแก้ปัญหาคนก็ยอมจ่าย ซึ่งผมก็มามองว่าเกษตรกรในบ้านเรามีปัญหาอะไร และทำอย่างไรจึงจะสร้างรายได้จากปัญหาตรงนี้ ซึ่งปัญหาของเกษตรกร คือ มีรายได้น้อยมาก โดยมีรายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือน 6,000 บาท แต่มีค่าใช้จ่ายสูงมาก ซึ่งปัญหาหลักนั้นมี 3 ส่วน คือ

1. การเข้าถึงสินเชื่อทางการเงินที่ดอกเบี้ยเป็นธรรม
2. ภัยพิบัติจากธรรมชาติที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของภูมิอากาศหรือโลกร้อน ทำให้เกิดความเสี่ยงสูง
3. ราคาตลาดที่วิ่งขึ้นลง

จะเห็นได้ว่าเกษตรกร ก็คือ ธุรกิจขนาดย่อยที่ความเสี่ยงสูง รายได้ต่ำ ผมเลยเกิดคำถามว่าเราจะช่วยลดความเสี่ยง และช่วยให้เค้ามีรายได้ที่ดีขึ้นได้อย่างไรบ้าง ทั้งหมดนั่นคือจุดเริ่มต้นของ Ricult ครับ

ผู้ดำเนินรายการ: ปัญหาหลัก ๆ คือ รายได้ต่อครัวเรือนที่ต่ำมาก สิ่งสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหานี้คืออะไรคะ

คุณเอิร์น: รายได้ต่อครัวเรือนที่น้อยจะมีอยู่สองส่วนด้วยกัน คือ การผลิต และการตลาด การผลิต คือ การปลูกข้าว อ้อย ข้าวโพด ทำอย่างไรที่จะทำให้ผลผลิตมากขึ้น ในส่วนของตลาด คือ จะทำอย่างไรให้ขายของได้ราคามากขึ้น ซึ่งการทำเกษตรก็คือการทำธุรกิจรูปแบบหนึ่ง หากเราเอา mindset ทางธุรกิจไปใส่ให้เกษตรกร ก็จะเห็นหนทางที่จะทำให้รายได้เขาดีขึ้น

ผู้ดำเนินรายการ: แล้วใช้นวัตกรรมอะไรของ Ricult ในการเข้าไปแก้ปัญหาตรงนั้นคะ

คุณเอิร์น: ผมมองว่า AI น่าจะมาช่วยเกษตรกรได้ AI คือ สมองเทียมที่มาช่วยเกษตรกรในการวางแผนเพาะปลูก ทำอย่างไรให้ความเสี่ยงน้อยลง ผลผลิตดีขึ้น ข้อที่สอง คือ การเชื่อมเข้ากับตลาด คือ การไปหาตลาดให้เค้า ไม่ว่าจะเป็นโรงงาน ร้านอาหาร ผู้ส่งออกที่ต้องการซื้อผลผลิตโดยตรงจากเกษตรกรก็สามารถมาอยู่ในแพลตฟอร์มเราได้ และก็มาซื้อตรงกับเกษตรกรเรา

ผู้ดำเนินรายการ: ไม่ใช่แค่การพยากรณ์อากาศ แต่มีการวางแผนหลากหลายแบบเลยใช่ไหมคะ

คุณเอิร์น: ใช่ครับ การพยากรณ์อากาศจะเข้าใจง่าย ซึ่งก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเกษตรกรในการวางแผน เช่น ช่วงเวลาการใส่ปุ๋ย การเก็บเกี่ยว วิธีการเพาะปลูก สภาพอากาศมีผลมาก พยากรณ์อากาศของ Ricult แตกต่างจากพยากรณ์อากาศโดยทั่วไป 2 ส่วนครับ ส่วนแรก คือ เรา Personalize กว่า ส่วนที่สอง คือ เราค้นพบว่าเกษตรกรต้องการรู้เรื่องฝนที่สุดว่าฝนจะตกเมื่อไร แต่พยากรณ์อากาศส่วนมากโดยเฉพาะของต่างประเทศจะเน้นไปที่อุณหภูมิ ซึ่งประเทศไทยนั้นร้อนตลอดเวลา ทำให้สิ่งที่คนสนใจจริง ๆ คือ ปริมาณน้ำฝน เรียกได้ว่าเราเข้าใจบริบทของเกษตรกรไทย ทำให้มันสามารถใช้งานได้ง่าย

ผู้ดำเนินรายการ: อยากให้เล่าถึงเรื่องการดำเนินธุรกิจสักหน่อย แน่นอนว่าการทำธุรกิจจะต้องพบเจอปัญหาแน่นอน ช่วงแรกได้พบเจอกับปัญหาอะไรบ้าง แล้วตอนนั้นแก้ปัญหาอย่างไร

คุณเอิร์น: ผมคิดว่าปัญหาคลาสสิคของการทำสตาร์ตอัพมีอยู่สองส่วนด้วยกัน ข้อแรก คือ ทำอย่างไรให้ user โหลดแอปเราไปใช้ ข้อที่สอง คือ เราจะทำรายได้อย่างไร ในข้อแรกเราใช้เวลา 1-2 ปีในการแก้ปัญหาจนมีคนโหลดไปใช้เกือบล้านคน แต่การให้คนมาใช้แอปพลิเคชันเรายังไม่ยากเท่าการหารายได้เข้าสู่บริษัท ซึ่งตรงนี้ก็ต้องมาคิดว่าเราจะคิดเงินจากผู้ใช้เลยไหมหรือว่าจะหามาจากโฆษณา

ผู้ดำเนินรายการ: Ricult ใช้เทคนิคอะไรในการเข้าสู่เกษตรกรจนมีผู้ใช้งานสูงถึงล้านคน

คุณเอิร์น: ก่อนอื่นต้องบอกก่อนว่าเกษตรกรบ้านเราส่วนมากจะเป็นคนอายุเยอะ และจุดเด่นของ Ricult คือเราเป็นผู้ประกอบการที่เข้ามาแก้ปัญหาโดยไม่ได้มองจากมุมของเกษตรกรแต่มองจากมุมคนนอกเข้ามาแก้ปัญหาเกษตร ทำให้เรามีการคิดนอกกรอบในการแก้ปัญหาเกษตรกร หากเรานำทฤษฎี innovation adoption curve ยกตัวอย่างเช่น ตอนที่ Facebook หรือ TikTok เข้ามาสู่ตลาดก็จะมีแค่กลุ่มเด็ก ๆ ที่ชอบทดลองใช้อะไรใหม่ ๆ มาใช้ก่อน และเมื่อมีคนใช้มากขึ้นกลุ่มอื่น ๆ เช่น ผู้ที่มีอายุก็จะตามมา Ricult ก็จะคล้ายกัน คือ ในบ้านเรามีเกษตรกร 15 ล้านคน โดยมีจำนวนถึง 30-40% ของประเทศ ดังนั้น จำนวนล้านคนของเราก็ยังไม่ถึง 10% ด้วยซ้ำ แต่เป็นจำนวนของเกษตรกรหัวสมัยใหม่ และเราค้นพบว่าเราไม่สามารถทำให้เกษตรกรทั้งประเทศที่มีผู้สูงอายุรวมอยู่นั้นมาใช้แอปพลิเคชันของเราได้ เทคนิคก็คือเราโฟกัสแล้วก็จับเฉพาะหัวกะทิ หรือว่าคนที่มีอายุแต่เปิดใจรับอะไรใหม่ ๆ

ผู้ดำเนินรายการ: ผลตอบรับเป็นอย่างไรบ้างคะ หลังจากที่เราได้ลองให้ใช้แอปพลิเคชันแล้ว

คุณเอิร์น: เรียกได้ว่าเกินคาดครับ ในตอนแรกผมคิดว่าน่าจะดาวน์โหลดสักแสนคนก็เก่งแล้วครับ แต่กลับมียอดโหลดเกือบล้าน ก็แสดงให้เห็นว่าเรามาถูกทางแล้ว เราเข้าไปช่วยแก้ปัญหาได้จริง พอเห็นว่าเกษตรกรใช้งานได้จริงช่วยเหลือได้จริง ก็รู้สึกดีใจและมีกำลังใจ

ผู้ดำเนินรายการ: ทราบมาว่ามีการวางแผนการเงินให้ทางเกษตรกรได้ด้วยหรือคะ

คุณเอิร์น: ใช่ครับ คนส่วนมากมองว่าการทำเกษตร คือ การปลูกข้าว ปลูกยาง ปลูกอ้อย แต่การทำเกษตรก็คืองานอย่างหนึ่ง เงินก็เป็นส่วนสำคัญก็เลยเป็นจุดสำคัญของเราว่าเรื่องรายได้เป็นเรื่องสำคัญที่เราจะให้ความสำคัญให้เกษตรกรวางแผน แล้วถ้าหากเราติดตามเรื่องรายได้ของเค้าได้ก็อาจจะทำเป็นกึ่ง ๆ FinTech ได้ ช่วยเกษตรกรในการเข้าถึงสินเชื่อ ในระบบที่ราคาเป็นธรรมมากขึ้น

ผู้ดำเนินรายการ: ความโดดเด่นและความแตกต่างของ Ricult คืออะไร

คุณเอิร์น: ผมคิดว่าจุดเด่นของเรา คือ เราเป็นบริษัทเทคโนโลยี เป็นบริษัท AI ที่บังเอิญเข้ามาอยู่ในวงการการเกษตร เพราะเมื่อเราเป็นคนนอก ก็ทำให้เราสามารถเห็นปัญหานอกกรอบกว่าคนที่อยู่ในอุตสาหกรรมมานานได้ กล้าลองผิดลองถูกกับอะไรใหม่ ๆ ได้ อีกจุดเด่นที่สำคัญคือทีมของเราเต็มไปด้วยData Science กับวิศวกรซอฟต์แวร์ระดับโลกที่สร้างโมเดล AI ใหม่ ๆ จึงสามารถวางแผนช่วยบริหารจัดการได้ดีกว่าการใช้คนทั่วไปในการทำ นี่ก็ถือเป็นจุดเด่นของเราที่ทำให้เรามาถึงจุดนี้ครับ

ผู้ดำเนินรายการ: มีการลงพื้นที่ในแต่ละจังหวัดเองด้วยหรือคะ

คุณเอิร์น: เราเชื่อว่าการทำสตาร์ตอัพที่ดีต้องใกล้ชิดกับลูกค้าหรือกลุ่มคนใช้งาน ผมจะลงพื้นที่กับทีมงานทุกเดือน ไปทีละจังหวัด จนตอนนี้เกือบครบทั้งประเทศแล้วครับ เพื่อไปคุยกับเกษตรกรและโรงงานที่เป็นลูกค้าของเราว่ามีปัญหาอะไร แล้วเราจะนำมาพัฒนาสินค้าเราได้อย่างไร ผมเชื่อว่าเราต้องพัฒนาบริษัทตลอดเวลา เพราะปัจจุบันทุกอย่างมันรวดเร็ว

ผู้ดำเนินรายการ: เนื่องจากเมืองไทยมีการเพาะปลูกหลายประเภท ทาง Ricult มีการวางแผนให้กับประเภทของการเพาะปลูกไหม

คุณเอิร์น: ขณะนี้ Ricult ยังใช้ไม่ได้กับพืชทุกประเภทในบ้านเรา เพราะการปลูกพืชแต่ละชนิดแตกต่างกัน ตอนนี้ Ricult กำลังโฟกัสที่พืชไร่หรือพืชเศรษฐกิจหลักของประเทศก่อน มัน ยาง ปาล์ม อ้อย ข้าวโพด ข้าว แต่เรายังไม่ได้ทำเกี่ยวกับผลไม้ เช่น ทุเรียน

ผู้ดำเนินรายการ: เป้าหมายในอนาคตที่อยากจะพัฒนานวัตกรรมและเปลี่ยนแปลงสังคมไปแบบไหนบ้างคะ

คุณเอิร์น: ถึงแม้ว่าในตอนแรกเราจะจับงานทางด้านการเกษตรเพียงอย่างเดียว แต่การที่เราจะพัฒนารายได้ของเกษตรกร และทำให้อุตสาหกรรมการเกษตรยั่งยืนมากขึ้น เราต้องมีพาร์ทเนอร์อื่น ๆ ในห่วงโซ่อาหาร AIของเราไม่ได้ช่วยเพียงแค่เกษตรกรอย่างเดียว แต่ยังช่วยโรงงาน เช่น โรงงานน้ำตาลใหญ่ ๆ ที่รับซื้อผลผลิตจากเกษตรกรแล้วส่งออกไปต่างประเทศ เพื่อที่เขาจะได้มีข้อมูลมาช่วยวางแผนในการผลิตที่ดีขึ้น ในตอนนี้มูลค่าสินค้าเกษตรในระบบเรามีอยู่เกือบสองหมื่นล้านในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ผมเลยรู้สึกว่า เราก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ไม่ใช่แค่เกษตรกร แต่เป็นเศรษฐกิจด้านการเกษตรของประเทศไทยที่ทำให้สามารถแข่งกับต่างประเทศได้

ผู้ดำเนินรายการ: การทำ Ricult มาถึงวันนี้ใช้เวลากี่ปีแล้วคะ

คุณเอิร์น: ประมาณ 4 ปีแล้วครับ ก็ถือว่าประสบความสำเร็จแบบกลาง ๆ เมื่อเปรียบเทียบกับสตาร์ตอัพสายอื่น เช่น สายคริปโต ซึ่งประสบความสำเร็จรวดเร็วมาก แต่พอเราอยู่ในอุตสาหกรรมจริงก็จะใช้เวลามากกว่า

ผู้ดำเนินรายการ: อยากทราบถึงเป้าหมายอีกอย่างหนึ่ง คือ จำนวนผู้ใช้งาน ในปัจจุบันเรามีผู้ใช้งานถึง 1 ล้านคนแล้ว แล้วได้มีการตั้งเป้าว่าภายในปีหน้าหรือปีหน้าอยากให้มีจำนวนผู้ใช้งานเพิ่มขึ้นเท่าไร

คุณเอิร์น: อาจจะสัก 2-3 ล้าน ถ้าเพิ่มได้ปีละล้านก็คงจะดีครับ

ผู้ดำเนินรายการ: อยากจะช่วยให้กำลังใจกับใครที่กำลังอยากจะทำธุรกิจสตาร์ตอัพในช่วงโควิดหน่อยได้ไหมคะ

คุณเอิร์น: ข้อแรกคงต้องทำใจก่อนว่าการทำสตาร์ตอัพหรือทำธุรกิจต้องใช้เวลา มีความยากลำบาก แต่ก็มีความสำเร็จรออยู่ข้างหน้า ก็อยากจะให้กำลังใจครับ ถึงแม้ว่าหนทางอาจจะยากลำบาก แต่ถ้าเรามีความพยายาม แล้วเราชอบและรักมาก ๆ ให้ทนต่อไป แล้วผมคิดว่าความสำเร็จคงอยู่ไม่ไกล

ผู้ดำเนินรายการ: สุดท้ายฝาก Ricult ด้วยค่ะ

คุณเอิร์น: ฝากแอปพลิเคชัน Ricult สามารถโหลดได้ทาง Android ในตอนนี้ แต่เดือนหน้าจะมีให้โหลดทาง iOS ด้วยครับ

Ricult Website: https://www.web.ricult.com/

** ผู้สนใจรับชมรายการ ICHI TALK ในรูปแบบวิดีโอ สามารถรับชมผ่าน ICHI Website โซน VIDEO ได้ทันที **

ผู้สนใจรับชม session นี้ย้อนหลัง สามารถเข้าไปชมได้ที่

RECOMMEND